กลยุทธ์ส่งเสริมการศึกษาของคณะสงฆ์จังหวัดสุรินทร์อย่างยั่งยืน
คำสำคัญ:
กลยุทธ์ส่งเสริมการศึกษา, คณะสงฆ์จังหวัดสุรินทร์, อย่างยั่งยืนบทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาแนวทางการส่งเสริมการศึกษาสงเคราะห์ในพระพุทธศาสนา 2) เพื่อศึกษาสภาพการศึกษาของคณะสงฆ์จังหวัดสุรินทร์ในปัจจุบัน 3) เพื่อศึกษาบทบาทของคณะสงฆ์จังหวัดสุรินทร์กับการส่งเสริมการศึกษาสงเคราะห์อย่างยั่งยืน ใช้วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลจากข้อมูลปฐมภูมิ ข้อมูลทุติยภูมิ การสัมภาษณ์แบบเจาะลึก และการสนทนากลุ่มกับกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 5 รูป/ท่าน โดยใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis) นำเสนอข้อมูลด้วยวิธีการพรรณนาความ (Descriptive Interpretation)
ผลการศึกษาพบว่า 1) แนวทางการส่งเสริมการศึกษาสงเคราะห์ในพระพุทธศาสนา ควบคู่กับพัฒนาการศึกษาของคณะสงฆ์ไทย โดยชี้ให้เห็นว่าการศาสนศึกษาครอบคลุมแผนกธรรม บาลี และสามัญศึกษา ภายใต้การกำกับของ มหาเถรสมาคม และยึดหลักปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ เพื่อพัฒนาพระภิกษุสามเณรอย่างสมบูรณ์ทั้งกาย ศีล จิต และปัญญา การศึกษาสงเคราะห์มีบทบาทช่วยเหลือเด็กและเยาวชนผู้ด้อยโอกาสผ่านโรงเรียนการกุศลและศูนย์การเรียนรู้ของวัด สะท้อนบทบาทคณะสงฆ์ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ พัฒนาการศึกษาสงฆ์ไทยดำเนินต่อเนื่องตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี จนถึงรัตนโกสินทร์ และปรับตัวสอดคล้องบริบทสังคมสมัยใหม่ โดยมีการสถาปนาสถาบันอุดมศึกษาสงฆ์ ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เพื่อบูรณาการพระพุทธศาสนากับศาสตร์ร่วมสมัย ทั้งนี้ แนวทางส่งเสริมควรมุ่งสร้างความร่วมมือทุกภาคส่วน พัฒนาหลักสูตร บุคลากร และใช้วัดเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ตลอดชีวิตของชุมชน อันนำไปสู่ความมั่นคงของพระศาสนาและสังคมไทยอย่างยั่งยืน 2) สภาพการศึกษาคณะสงฆ์จังหวัดสุรินทร์ดำเนินบนบริบทพหุวัฒนธรรมชายแดนลุ่มน้ำมูล โดยวัดทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการศึกษา ศีลธรรม และทุนทางสังคมของชุมชน โครงสร้างการศึกษาครอบคลุมแผนกธรรม บาลี สามัญศึกษา และการศึกษาต่อเนื่องผ่านเครือข่ายสถาบันสงฆ์ เช่น มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม ยังเผชิญความเหลื่อมล้ำด้านทรัพยากร ครูผู้สอน และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน ผู้เรียนจำนวนมากมาจากครอบครัวยากจน พื้นฐานการเรียนไม่เท่ากัน ขณะที่ครูมีภาระงานสูงและงบประมาณไม่ต่อเนื่อง แม้มีข้อจำกัด แต่จุดแข็งคือทุนวัฒนธรรมท้องถิ่นและเครือข่ายชุมชนเข้มแข็ง ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นระบบการเรียนรู้เชิงเครือข่าย ลดช่องว่าง และยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน 3) คณะสงฆ์จังหวัดสุรินทร์มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการศึกษาสงเคราะห์ โดยวัดทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และที่พึ่งของเด็กและเยาวชนผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ชายแดนและชนบท การพัฒนายั่งยืนต้องยึดหลักไตรสิกขาเป็นแกน ควบคู่การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการเคารพพหุวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ บุคลากร และสื่อการเรียนรู้ จึงจำเป็นต้องสร้างเครือข่ายความร่วมมือและกองทุนที่โปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล สรุปได้ว่าหากเสริมความเข้มแข็งเชิงระบบอย่างต่อเนื่อง การศึกษาของคณะสงฆ์ใน จังหวัดสุรินทร์ จะสามารถพัฒนาอย่างมั่นคงและยั่งยืน ทั้งต่อผู้เรียน พระศาสนา และสังคมโดยรวม
ดังนั้น ในบทความนี้ จึงมีประโยชน์ในการนำไปเป็นฐานข้อมูลในการกำหนดเป็นนโยบายของการจัดการศึกษาของคณะสงฆ์จังหวัดสุรินทร์ ทั้งนี้ เพื่อสร้างศาสนทายาท ผู้สืบทอดอายุพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืน และก้าวทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลก
References
กรมการศาสนา. (2522). คู่มือครูจริยศึกษา. กรุงเทพมหานคร: กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ.
กรมการศาสนา. (2539). คู่มือการจัดการศึกษาสงฆ์. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์การศาสนา.
กรมการศาสนา. (2540). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของเจ้าอาวาสในการพัฒนาวัดให้เป็นศูนย์กลาง ชุมชน. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์การศาสนา.
คณาจารย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2550). ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา. กรุงเทพมหานคร: ห้างหุ้นส่วนจำกัด นวสาส์นการพิมพ์.
ชำเลือง วุฒิจันทร์. (2527). การพัฒนากิจการสงฆ์และการพระศาสนาเพื่อความมั่นคงของชาติ. กรุงเทพมหานคร: การพิมพ์พระนคร.
ไพบูลย์ เสียงก้อง. (2547). หลักการบริหารงานในวัด. ใน คณะกรรมการฝ่ายเลขานุการ โครงการอบรมบาลี ก่อนสอบ (บ.ก.), อบรมบาลีก่อนสอบภาค 4 ปีที่ 3 (น. 193). ปทุมธานี: บริษัท สื่อตะวัน จำกัด.
ธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมี. (2550). สัมมาทิฏฐิ: ศึกษาคัมภีร์พระไตรปิฎก อรรถกถา กถาวัตถุ และคัมภีร์ทาง พุทธศาสนา. นครปฐม: โครงการธรรมศึกษาวิจัย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย.
พระเฉลิมชาติ ชาติวโร (อิทธะรงค์). (2552). ศึกษาวิเคราะห์การพัฒนาการศึกษาของคณะสงฆ์ไทย. กรุงเทพมหานคร: ห้างหุ้นส่วนจำกัด นวสาส์นการพิมพ์.
พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช). (2546). บทบาทของสถาบันพระพุทธศาสนากับการจัดการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: บริษัท พิมพ์ดี จำกัด.
พระเทพโสภณ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต). (2546). ทิศทางการศึกษาไทย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลง กรณราชวิทยาลัย.
พระเทพปริยัติสุธี (วรวิทย์ คงฺคปญฺโญ). (2540). คู่มือพระสังฆาธิการ ว่าด้วยเรื่องการคณะสงฆ์และการพระ ศาสนา. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์การศาสนา.
พระไพศาล วิสาโล. (2552). พุทธศาสนาไทยในอนาคต: แนวโน้มและทางออกจากวิกฤต. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิโกมลคีมทอง.
พระราชสีมาภรณ์ (นวล เขมสจฺจวาที). (2539). พระสงฆ์กับงานพัฒนาพระศาสนาและสังคม. กรุงเทพมหานคร: กรมการศาสนา.
มาณพ พลไพรินทร์. (2531). คู่มือการบริหารกิจการคณะสงฆ์. กรุงเทพมหานคร: หจก. ชุติมาการพิมพ์.
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2555, 9 พฤศจิกายน). ประกันคุณภาพการศึกษา มจร ห้องเรียนวัดพระแก้ว เชียงราย. สืบค้นจาก https://jittithap1963mcu.blogspot.com/2012/11/blog-post.html.
วัชระ งามจิตรเจริญ. (2552). พุทธศาสนาเถรวาท. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สมศักดิ์ บุญปู่. (2558). การพัฒนาการศึกษาคณะสงฆ์ไทย. พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง กรณราชวิทยาลัย.
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ. (2561). พระราชบัญญัติคณะสงฆ์. กรุงเทพมหานคร: สำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติ.
สิริวัฒน์ คำวันสา. (2534). ประวัติพระพุทธศาสนาในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร: มหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย.
Keyes, C. F. (1989). Thailand: Buddhist kingdom as modern nation-state. Boulder, CO: Westview Press.
Skilling, P. (2009). Buddhism and Buddhist literature of Southeast Asia. Bangkok: Fragile Palm Leaves.
Swearer, D. K. (2010). The Buddhist world of Southeast Asia (Rev. ed.). Albany, NY: State University of New York Press.
Tambiah, S. J. (1976). World conqueror and world renouncer: A study of Buddhism and polity in Thailand against a historical background. Cambridge: Cambridge University Press.